[SC] Bruised Orange
posted on 26 May 2012 22:37 by mrfridayข้อความในหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของ
Bruised Orange
ส้มผลนั้นมีรอยช้ำเป็นจ้ำสีน้ำตาล
จำนวนผลไม้ในกระจาดที่โบสถ์นำออกมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนพร่องลงอย่างว่องไวราวกับเนื้อปลาชิ้นสุดท้ายในวงล้อมของฝูงกา ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว หญิงชายมากหน้าหลายตาทยอยกันมายังโบสถ์เพื่อรับส่วนแบ่งอาหาร หนึ่งคนต่อหนึ่งชิ้น เพื่อที่จะนำอาหารที่ได้รับไปแลกกัน
ออตทุมซ่อนใบหน้าอยู่ภายในผ้าคลุมสีดำสนิท ยืนค้อมหลังหยิบอาหารส่งให้มือทุกคู่ที่ยื่นมาเหนือกระจาดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หูแว่วเสียงหัวเราะของเด็กๆ เสียงกีบม้าย่ำถนน เสียงชายหนุ่มตะโกนเรียกชื่อหญิงสาว เสียงแม่ร้องหาลูก เสียงวิหกบินฉิวตัดผ่านสายลมแห่งฤดูกาลให้กำเนิด และเสียงวงดนตรีเร่บนลานจตุรัส ทุกเสียงผสานเป็นท่วงทำนองสละสลวย สอดประสานเสียงของนักบวช "จงนำผลไม้นี้ไปให้ต่อ จงนำขนมปังนี้ไปแลกเปลี่ยนกัน เทศกาลดาโทรัมคือเทศกาลแห่งการให้" เหล่านี้คือบทเพลงซึ่งถูกเสกสรรขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง เพื่อสรรสร้างความสวยงามกำมะลอ
ได้โปรดเถิด
ราวกับละครฉากหนึ่งถูกขัดจังหวะด้วยนักแสดงด้อยฝีมือที่เล่นพลาด เสียงแหบแห้งครวญครางปีนป่ายขึ้นมาตามริ้วขาดๆ ของผ้าปูโต๊ะ พอออตทุมเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นเด็กหญิงผมเผ้ารุงรัง ใบหน้าเสี้ยมแหลม สวมชุดมอซอ นางอุ้มผลฟักแนบอกเสื้อที่เต็มไปด้วยคราบสีน้ำตาลอ่อน มือเหี่ยวย่นเหมือนซากไม้สั่นเทาขณะเอื้อมมือจะคว้าเอาพวงองุ่นที่ใกล้มือที่สุด นักบวชหนุ่มตะครุบเอามือของนางไว้
ได้โปรดเถิดท่านนักบวช ยายของข้าไม่มีขนมปังมากพอจะกินถึงมื้อหน้าด้วยซ้ำ
ออตทุมไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ เพียงแค่ชินกับการรับคำสั่ง คำสั่งทำให้เขาหยุดชะงัก นักบวชชั้นผู้ใหญ่สั่งให้แจกอาหารให้ประชาชน หนึ่งคนต่อหนึ่งชิ้น ผลไม้ในกระจาดเหลืออยู่ไม่มาก หากแถวรอรับอาหารยังยาวอักโข ระหว่างที่เขายังรั้งรอ ชายที่ต่อแถวอยู่ข้างหลังก็ตะโกนขึ้นว่า "ทุกคนได้รับแจกอาหารคนละหนึ่งอย่างเท่านั้น!" เขากล่าว ไม่มีใครหาที่ผิดในคำพูดนั้นได้ แต่ออตทุมก็ไม่อาจหาความบกพร่องในตัวเด็กหญิงที่อดอยากได้เช่นกัน นี่หรือเทศกาลแห่งการให้
เมื่อครั้งยังเยาว์ เขาไม่เคยได้ส่วนแบ่งอาหาร ไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูไหน ไม่ว่าจากครอบครัวหรือจากคนแปลกหน้า ถ้าอยากกินก็ต้องทำงาน บางคราวก็นึกอยากเกิดเป็นวัว เป็นม้า จะได้คลานสี่ขาเล็มหญ้าเมื่อหิวโหย เขาไม่รู้ว่าอะไรคือการให้ เขาไม่รู้ความหมายของการได้รับ น่าขำที่มายืนอยู่ตรงนี้ แจกอาหารให้คนที่เขาไม่รู้จักเพื่อให้คนเหล่านี้ได้นำไปเฉลิมฉลอง ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่รู้จักดาโทรัมแม้เพียงเสี้ยว แต่ออตทุมรู้ดีว่าชีวิตที่ไม่มีจะให้และไม่ต้องหวังว่าจะได้รับนั้นว่างเปล่าเพียงไร เหมือนสะพานที่ไม่เชื่อมกับฝั่ง เหมือนเรือที่ลอยคว้างอยู่กลางมหาสมุทรใหญ่ เหมือนแกะที่ไม่กินไม่ถ่ายซึ่งอาศัยบนทุ่งหญ้าที่ไม่มีหญ้า
นักบวชหนุ่มคลายมือ เด็กหญิงเผ่นแผล็วไปพร้อมพวงองุ่น ถ้อยคำตำหนิติเตียนกรูตามร่างจ้อยในชุดเก่าคร่ำคร่า สายตาดูแคลนปนสมเพชรวมร่างเป็นอุ้งเล็บปีศาจหยิกถอกข่วนคว้าไปจนเงาผ่ายผอมของหัวขโมยองุ่นลับตา เขาเริ่มแจกอาหารอีกครั้ง หยิบผลกีวี่ขึ้นมาส่งให้คนที่ยืนอยู่หน้าสุด ยื่นอะโวกาโดให้คนที่สอง แจกทับทิมให้คนที่สาม.... วงดนตรีบนจตุรัสเริ่มบรรเลงอีกครา
ส้มผลสุดท้ายบนกระจาดช้ำไปครึ่งหนึ่ง ไม่มีกลิ่นเน่า แต่คงช้ำเพราะการขนย้าย คนที่เหลืออยู่ในแถวย้ายไปต่อแถวอื่น
ออตทุมนั่งลงบนลังไม้ที่วางคว่ำอยู่หลังโต๊ะ จ้องมองผลส้มอยู่นาน ในที่สุดก็ดึงกระจาดลงมาวางไว้บนตัก เขาประคองส้มไว้ในมือ ส้มลูกนี้ผลเล็ก กุมด้วยสองมือก็คลุมได้มิด มือของเขาสั่นยามจินตนาการว่าถ้ามอบส้มผลนี้ให้เด็กหญิงคนนั้น นางจะทำหน้าดีใจอย่างไร ยายของนางจะดีใจอย่างไร ส้มช้ำๆ ผลนี้จะมีค่าในมือเล็กๆ ที่เหี่ยวเหมือนรากไม้คู่นั้นมากเพียงไร
"ข้าขอไอ้นั่นได้ไหม?" เงาหนึ่งพาดลงมาเหนือลังไม้ "แถวอื่นยาวเหยียด ขี้เกียจต่อ"
ออตทุมสั่นหน้าโดยไม่ผงกศีรษะมองพร้อมกับบอกเหตุผลด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ส้มช้ำ ไม่สวยพอที่จะเอาไปแลกกับใครๆ
"เออ ไม่เป็นไรหรอก เอามาเถอะ"
"เอาไปกินหรือ?"
เขารู้ว่าคนแปลกหน้าขยับตัวเล็กน้อยเพราะได้ยินเสียงผ้า "ก็อาจจะ"
หรืออาจจะเอาไปทิ้ง
ไม่... ข้าไม่ให้
พลัน นักบวชผู้ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทก็ห่อไหล่ลู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตบลงบนพื้นเบื้องหลัง ตามด้วยเสียงเจ้าระเบียบของนักบวชชั้นผู้ใหญ่ เอเซเคียล แอดเดอร์ ถามหาบุตรแห่งเทพเจ้า "ลูเครซไปไหนเสียล่ะ?" ผ้าคลุมสีแดงเลือดนกประกาศศักดินาพะเยิบพะยาบตามจังหวะที่เอเซเคียลย่างเท้าก่อนจะทอดตัวลงอย่างสงบเมื่อร่างทรงอำนาจถึงจุดหมาย คูเรีย งูเขียวของเอเซเคียลเลื้อยลงมาตามแขน มันหุบลิ้นสองแฉกเข้าๆ ออกๆ ส่งเสียงฟ่อๆ ก่อนจะผงะกลับไปวางศีรษะบนไหล่ของผู้เป็นนาย
ออตทุมส่ายหน้า
"ทำอะไรอยู่?" นักบวชอาวุโสขมวดคิ้วมองชายหนุ่มผมยาวที่ยืนกอดอกอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแจกอาหาร "ทำไมไม่ให้เขาไปล่ะ?"
"ส้มมันช..." ออตทุมตอบเสียงเบาหวิว ร่างของเขาดูเหมือนจะหดเล็กลงไปอีกยามคำลงท้ายหดหายเข้าไปใต้ผ้าคลุม ด้วยความที่รู้ตัวว่าจะโดนถามซ้ำสองอย่างที่เคยโดนดุเสมอ ออตทุมจึงพูดซ้ำอีกครั้ง "ส้มมันช้ำ"
"ก็ข้าบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร" ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่เอ่ยปาก
"ไม่มีใครอยากแลกของกับส้มผลนี้หรอก" ออตทุมพูดเร็วจนลิ้นแทบพันกัน เขาไม่ค่อยพูด บทจะพูดขึ้นมาก็รีบร้อนเหมือนกลัวคนจะฟังทัน
"ช่างมันเถอะ ข้าก็ไม่ได้กะจะ..." คนแปลกหน้าเกือบจะถอนหายใจออกมา "เออ ช่างเหอะ"
เอเซเคียล แอดเดอร์เรียกชายหนุ่มผมยาวเอาไว้ ก่อนจะให้เด็กหาข้าวโพดให้เขา จากนั้นก็สั่งให้ออตทุมกล่าวขอโทษ ออตทุมลุกขึ้นยืนประคองผลส้ม โค้งตัวงกๆ เงิ่นๆ แล้วนั่งลงตามเดิม เขารู้สึกได้ถึงสายตาดุๆ ของเอเซเคียล สายตาตำหนิแบบทุกครั้งที่เอเซเคียลรู้ว่าออตทุมตามใจลูเครซ เขาก้มหลัง ก้มหน้า ก้มทุกอย่างจนหน้าผากแทบจะลงไปติดเปลือกส้ม เอเซเคียลไม่ได้พูดว่ากระไร แค่หรี่ตามองก้อนผ้าคลุมสีดำเหมือนหยดหมึกบนลังไม้ แล้วเดินจากไป
ออตทุมถือส้มออกไปตามหาเด็กผู้หญิง เขาไม่พบนางเป็นครั้งที่สอง
- The End -
แก้เคิร์ส sc01 จบแล้ว
หลังจากนี้ใครอยากแลกก็แลกกันได้นะคะ : )
หาเรื่องพาออตทุมออกไปเดินในเมืองแล้ว (ปกติคงไม่ออกไปไหน..)
ขอบคุณรัสคาร์และเป้ด้วย
เรื่องของเรื่องคือตอนจองอาหาร เป้รู้ว่าเราต้องอยากได้ส้มแน่เลยเหลือไว้ให้
เลยปิ๊งไอเดียขอยืมรัสคาร์มาแต่งซะเลย
;___; ขอโทษนะที่ไม่ได้ให้ส้มรัสคาร์ เอาข้าวโพดไปแทนนะ
ขอบคุณลุงเอเซเคียลและซิวด้วย อันนี้ต้องขอโทษที่ไม่ได้นัดกันก่อน อยู่ๆ ก็เขียนถึงลุงเลย
ขอบคุณที่ให้ยืมอย่างปัจจุบันทันด่วนนะคร้าบ
ขอบคุณที่ให้ยืมอย่างปัจจุบันทันด่วนนะคร้าบ
สุดท้าย จริงๆ จะวาดลุงรูปนี้ไว้แต่งตอนอื่น แต่เนื่องจากยังไม่มีโอกาสแต่งก็แปะไว้ตรงนี้ก่อน
รู้สึกว่าตอนนี้คงจะโดนลุงเอเซเคียลมองด้วยสายตาแบบนี้จริงๆ นะ...
สายตาแบบ เบื่อจริงๆ... น่าหน่ายทั้งเจ้านาย(ลูเครซ)ทั้งคนใช้(ออตทุม)

Tags: sc, scme19 Comments
